กุนซือจอมปรัชญา ความสามัคคี กุส ฮิดดิงก์

กุนซือหลายคนที่คุมทีมสโมสรฟุตบอลนั้น ต่างมีสไตล์การทำทีมที่แตกต่างกันไป บางคนชอบเน้นให้ทีมเล่นเกมบุก บางคนชอบเน้นให้ทีมปลอดภัยไว้ก่อนโดยการให้ลูกทีมเล่นเกมรับ แต่หลายๆคนนั้นมักจะมีการทำทีมแค่เพียงการเล่นและสไตล์ที่ต้องการให้ทีมเป็นอย่างไรเพียงแค่นั้น แต่สำหรับกุนซือ ที่มีนามว่า กุส ฮิดดิงก์ กลับมองต่างที่ว่า หากทีมฟุตบอลจะประสบความสำเร็จได้นั้น

สิ่งหนึ่งที่ต้องมาก่อนแท๊กติกในการเล่นนั้นก็คือ ความสามัคคีภายในทีม และหลังจากนั้นทุกอย่างก็ตามมาเอง ซึ่งตัวเค้าเองก็ได้เคยพิสูจน์ปรัชญานี้มาแล้วกับการคุมทีมพีเอสวี ในลีกดัชต์ เพียงแค่ฤดูกาลแรก เค้าก็สามารถทำทีมคว้าแชมป์ลีกได้เลย ทั้งๆที่ในยุคนั้น มันเป็นยุคของอาแจ๊กซ์ และเฟเยนูรด์ ครองเมือง ซึ่งตัวเค้าเองก็ได้ให้เครดิตกับลูกทีมทุกคนรวมไปถึงสต๊าฟโค้ช ที่เค้าบอกว่า การได้แชมป์ครั้งนี้มันมาจากความสามัคคีเป็นจุดตั้งต้น

ซึ่งจากปรัชญานี้เองที่ทำให้เค้าประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานในอาชีพผู้จัดการทีมและยังได้ตระเวนรับงานไปทั่วโลก จนมาถึงงานที่เค้าใฝ่ฝันที่สุดคือการได้ก้าวขึ้นมาคุมทีมชาติอัศวินสีส้มชุดใหญ่ที่เป็นประเทศเกิดของเค้าเอง ซึ่งถึงแม้ว่าในช่วงแรกที่คุมทีมชาติชุดใหญ่ในฟุตบอลยูโรปี 1996 นั้น

ผลงานอาจจะไม่ดีนัก แถมนักเตะหลายคนก็ไม่ค่อยที่จะชอบเค้าเนื่องจากปัญหาที่เค้าพยายามจะสร้างความสามัคคีภายในทีมและบ่อยครั้งที่จะให้นักเตะหลายๆคนสลับกันลงเล่น จนเกิดปัญหา เนื่องจากการคุมทีมชาติกับสโมสรอาจจะมีข้อแตกต่างที่ทำให้เค้าต้องนั่งทบทวนเนื่องจากจำนวนการแข่งขันที่แทบจะเป็นนัดต่อนัดในทีมชาติ

กับจำนวนการแข่งขันที่มีมากมายภายในลีก เค้าจึงควรที่จะเลือกนักเตะที่ดีที่สุดลงสนามไม่ใช่เอาใจทุกคนด้วยการที่จะให้ทุกคนในทีมได้ลงเล่นทั้งหมดในการแข่งขันระดับชาติที่มีแข่งสามถึงเจ็ดนัดเท่านั้น นี่คือคำพูดของ คราเลน ซีดอร์ฟ ที่เป็นจอมทัพอัศวินสีส้มในเวลานั้น ซึ่งหลังจากทัวร์นาเมนต์นั้นจบลง กุนซือคนนี้ยังคงได้รับความไว้วางใจจากสมาคมให้ทำทีมในฟุตบอลโลก 1998

ต่อ จากบทเรียนครั้งนั้น ทำให้เค้าปรับการทำทีมแต่ยังคงยึดมั่นในปรัชญา ซึ่งครั้งนี้เค้าก็ไม่ทำให้คนทั้งประเทศต้องผิดหวัง เมื่อพาทีมลุยฟุตบอลโลก 1998 และพาทีมคว้าอันดับที่สี่มาครองได้อย่างสวยงาม

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   เว็บพนันไม่ผ่านไลน์