นิวคลาสเซิล ซันเดอร์แลนด์

สำหรับวงการฟุตบอลนั้นเราก็จะเห็นได้อย่างมากมายหลายทีมที่แต่ละทีมนั้นถือว่าเป็นทีมสุดยอดหรือทีมที่เป้ฯคู่อริกันในแต่ละลีกการแข่งขันฟุตบอลนั้นๆนั่นเองและทีมทุถือว่าได้รับฉายาว่าเป็นอีกสองทีมคู่แค้นคู่ปรับเลยนั้นก็คือทีมนอวคลาสเซิลและทีมซันเดอร์แลนด์นั่นเอง ทั้งสองทีมนี้ถูกเรียกว่าเป็นคู่แข่งขันที่ดุเดือดอย่างมากไม่เพียงแต่ความดุเดือดในสนามการแข่งขันเท่านั้น

เพราะนอกสนามอย่างแฟนบอลของทั้งสองหทีมนั้นถือว่าดุเดือดไม่แพ้กันด้วยเพราะทั้งสองทีมนั้นเป็นเหมือนคู่แค้นกันมาอย่างยาวนานและเมื่อมีการแข่งขันของทั้งสองคู่นี้เมื่อไหร่ก็จะต้องได้รับการรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเป้นจำนวนมากเพราะเนื่องจากแฟนบอลทั้งสองทีมนี้นั้นมักจะมีปัญหาทะเลาะวิวาทหลังเกมส์การแข่งขันนั้นจบอยู่เสมอ

สำหรับนิวคลาสเซิลและซันเดอร์แลนด์นั้นเป็สองเมืองที่อยู่ห่างกันไม่ไกลมากเพียง19กิโลเมตรเท่านั้นสำหรับการเจอกันในการแข่งขันฟุตบอลของทั้งสองทีมนี้นั้นมันมีอะไรที่มากกว่าการแข่งขันฟุตบอลอย่างมากเลยทีเดียว สำหรับทั้งสองทีมนี้นั้นเป็นคู่กัดที่ดุเดือดทางการค้ากันอยู่แล้วด้วยนั่นเอง

ย้อนกลับไปเมื่อปีค.ศ.1600 ตั้งแต่สมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่1 ได้มีการมอบรางวัลสิทธิ์ในการค้าถ่ายหินทางตะวันออกของประเทศอังกฤษให้แก่พ่อค้ารายใหญ่ของนิวคลาสเซิลและนั่นจึงเป็นเหตุที่ทำให้ในฝั่งของซันเดอร์แลนด์นั้นเองต้องตกตะกรรมลำบากในการใช้ชีวิตในตอนนั้นเพราะในการค้าถ่านหินนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตของชาวซันเดอร์แลนด์เช่นเดียวกัน

ในค.ศ.1642 มีการเกิดขึ้นของสงครามกลางเมืองในประเทศอังกฤษและในสงครามครั้งนี้นั้นได้มีการแบ่งแยกออกเป้นสองฝ่ายนั่นก็คือฝ่ายรัฐสภาและฝ่ายกษัตริย์นิยมและแน่นอนว่าทั้งสองนั้นได้แบ่งแยกออกเป็นสองฝ่ายซึ่งในฝ่ายนิวคลาสเซิลนั้นได้อยู่กับฝ่ายกษัตริย์นิยมและซันเดอร์แลนด์นั้นก็อยู่ในฝ่ายรัฐสภานั่นเองการเลือกฝ่ายในครั้งนี้ก็ล้วนเป็นในเรื่องของผลประโยชน์ทางการค้าอีกเช่นเคย

และเกิดการต่อสู้ผลประกฎว่าฝ่ายนิวคลาสเซิลนั้นได้เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับซันเดอร์แลนด์และตกเป็นอนานิคมของสก็อตแลนด์ และนี่ก็เป็นที่มาของสำหรับความบาดหมางของทั้งสองสโมสรนี้นั่นเองที่ไม่ได้มีความบาดหมางกันในเรื่องฟุตบอลเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

แต่ยังเป้นเรื่องของการอยู่อาศัย ปากท้องในการดำรงชีวิตรวมถึงในเรื่องของการเมืองของทั้งสองเมืองนั่นเองและเรื่องราวเหล่านี้นั้นก็ได้รับการสืบทอดกันมาเรื่อยๆจากรุ่นสู่รุ่นและก็รวมไปถึงในเรื่องของกีฬาฟุตบอลด้วยเพราะทั้งสองเมืองนั้นมีมีการสร้างทีมฟุตบอลขึ้นมาก็จะต้องแข่งขันย่งชิงและชิงดีชิงเด่นกันอย่างเช่นเคยอย่างในทุกๆเรื่องของในอดีตที่ผ่านมานั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย.  สมัครยูฟ่าเบท

จุดเริ่มต้นฟุตบอลโลก1

ฟุตบอลโลกถือเป็นกีฬาที่ผู้คนนั้นต่างลุ้นและเฝ้าคอยกันอย่างใจจดใจจ่อว่าในแต่ละปีนั้นชาติใดจะเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันเพราะการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกนั้นถือว่าเป็นเกียรติของประเทสอย่างมาก ฟุตบอลโลกนั้นไม่ได้มีการจัดการแข่งขันในทุกปี แต่จะมีการจัดการแข่งขัน4ปีครั้งเท่านั้นในปัจจุบัน ทำให้ฟุตบอลโลกเป็นสิ่งที่ทำให้คนทั่วโลกนั้นตื่นเต้น

และมีการเตรียมพร้อมในการชมฟุตบอลโลกนั่นเอง ไม่เพียงเท่านี้ฟุตบอลโลกยังถือว่าเป็นการจัดการแข่งขันที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกด้วยและเป็นการแสดงความสามารถของนักฟุตบอลในแต่ละชาติด้วยว่าพวกเขานั้นจะสามารถพาชาติของตัวเองนั้นก้าวขึ้นสู่การเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกได้ไหม

สำหรับความเป็นมาของฟุตบอลโลกนั้น เกิดจากการที่ชายคนหนึ่งที่มีชื่อว่า Jules Rimet ผู้ซึ่งเป็นประธานของการแข่งขันฟุตบอลฟีฟ่าในขณะนั้น โดยก่อนหน้านั้นมีการจักการแข่งขันฟุตบอลก็คือการข่งขันฟุตบอลโอลิมปิก ถือว่าได้รับความนิยมจากการแข่งขันและการชมการแข่งขัน เกิดผลสำเร็จในการจัดการแข่งขันไม่น้อยเลยทีเดียวทำให้ Jules Rimet นั้นมีความต้องการที่จะจัดสร้างการแข่งขันที่เป็น Tournament ขึ้นมา

เพื่อกีฬาฟุตบอลโดยเฉพาะ ทำให้มีการปรึกษาหารือในการจัดตั้งการแข่งขันกีฬาฟุตบอลขึ้นมา เมื่อมีการปรึกษาหารือและมีการลงรายละเอียดในการแข่งขันที่ลงตัวจากทุกฝ่ายแล้วนั้นก็เกิดการแข่งขันฟุตบอลฏลหครั้งแรกขึ้นในปี 1930 มีหลสยประเทศที่มีการเสรอชื่อประเทศตัวเองเพื่อที่จะเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งใน ทั้งในอเมริกาใต้เองและรวมถึงยุโรปด้วย

ในที่สุดก็ได้ประเทศอุรุกวัย ในการเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรกนั่นเอง จากการที่ประเทศอุรุกวัยนั้นได้เป็นเข้าภาพในการแข่งขัน ก็เกิดผลกระทบทำให้ประเทศในแถบยุโรปนั้น ไม่สามารถที่จะเดินทางเพื่อไปแข่งขันฟุตบอลโลกยังอุรุกวัยได้เนื่องจากระยะทางในการเดินทางค่อนข้างไกล

ทำให้บรรดาตัวแทนที่มาจากแถบยุโรปนั้นต้องมีการเดินทางมายังอุรุกวัยด้วยเรือเพื่อไปเข้าร่วมการแข่งขัน แต่สุดท้ายแล้วนั้นการแข่งขันฟุตบอลโลกก็มีประเทศที่เข้าร่มในการแข่งขันทั้งหมด13ประเทศทั่วโลกเท่านั้น โดยการเข้าร่วมในยุคนั้นเป็นการเข้าร่วมจากการถูกเชิญไม่ใช่การเข้าร่วมจากการแข่งขันคัดเลือกอย่างในปัจจุบัน

นัดแห่งประวัติศาสตร์ก็ได้เริ่มต้นขึ้น วันที่13 กรกฏาคม ปี 1930 โดยนัดแรกของการแข่ขันฟุตบอลโลกนั้นเป็นการเจอกันของทีมชาติฝรั่งเศสและเม็กซิโก และในการแข่งขันนั้นฝรั่งเศสสามารถเอาชนะเม็กซิโกไปได้4-1 และเจ้าภาพอย่างอุรุกวัยนั้นถือว่าเป็นทีมที่มีฟอร์มในการแข่งขันที่ดีมากเลยทีเดียว

เพราะนอกจากจะได้รับแรงใจแรงเชียร์ในฐานะเจ้าบ้านแล้ว ยังเพิ่งคว้าแชมป์ที่ยิ่งใหญ่อย่างโอลิมปิคมาด้วย และด้วยความร้อนแรงนี้นั้นส่งผลให้รุกวัยสามารถเข้าถึงรอบชิงได้สำเร็จและเอาชนะทีมชาติอย่างอาเจนติน่าได้ 4-1 ทำให้ประเทศเจ้าภาพคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาครองได้สำเร็จ

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   สมัครยูฟ่าเบท